Apologize...

posted on 12 Jun 2011 18:38 by bluefaith-ashi
ระยะเวลามากขนาดนี้ ผมไม่รู้ว่าผมรออะไรมากไปรึเปล่า
ผมฝืนความคิด ฝืนความรู้สึกของตัวเองมากไปรึเปล่า
 
ทุกอย่างกำลังดำเนินไปอย่างนั้นเหรอ?
 
อะไรกันละเป็นสิ่งที่ผมเคยดีใจนักหนาที่มี เคยรู้สึกดีทุกครั้งที่เห็น
ท้ายสุดที่จบลง ทำไมมีแต่น้ำตา
 
แล้วก็เป็นแค่น้ำตาของผมคนเดียวเสียด้วย
 
มันก็คงเป็นเพราะว่า ไม่มีใครเขาจริงจังอย่างผมไงล่ะ
ไม่มีใครโง่ที่จะเชื่อ และดีใจกับอะไรง่ายๆอย่างผมยังไงละ
 
ฟังดูน่าสมเพชดีมั๊ย? ... ผมสมเพชตัวเองนะ ผมเป็นคนน่าสมเพชล่ะครับ
 
วันหนึ่งใครหลายคนก็เดินเข้ามา 
วันต่อมาเขาก็เริ่มสร้างบางสิ่งบางอย่าง 
วันต่อๆมา มันก็งอกเงยสวยงามอย่างไม่สิ้นสุด
แล้ววันหนึ่ง ทุกๆอย่างก็เลือนหายไป
ทุกสิ่งทุกอย่าง เลือนหายไปช้าๆ ไม่รู้ว่าหายไปไหน
แต่ผมรู้ว่ามันหายไปก็เพราะผมเองนั่นแหละ
 
เป็นเพราะผมที่ทำให้ทุกๆอย่างมันหายไป
ผมเป็นตัวซวย เป็นตัวโชคร้าย อยู่ใกล้ใครก็ทำร้ายคนอื่นไปซะตลอดเวลา
คนแบบผม...สมควรแล้วที่จะต้องอยู่คนเดียว
 
ผมจำทุกอย่างได้อยู่นะ ผมจำในทุกๆรายละเอียดได้ดี
เรื่องราวต่างๆผมไม่เคยลืม ไม่เคยหลงลืมไปไม่ว่าจะมากแค่ไหน
 
คำพูดเวลาอยู่ด้วยกัน เสียงหัวเราะเวลาคุยกัน
การต่อล้อต่อเถียงเล่นๆที่เกิดขึ้น คำพูดแซวเล่นกัน
ทุกอย่างผมยังจำมันได้ดี ความรู้สึกพวกนั้น
 
แต่ดูเหมือนคงมีแต่ผม ที่จำเรื่องราวพวกนั้นแค่เพียงคนเดียว
 
ทำไมผมถึงไม่พูดออกไปตรงๆนะ ทำไมกันละ?
 
ผมแค่อยากได้การกระทำที่ออกมาจากใจ ไม่ใช่เรื่องราวแบบขอไปที
ไม่ใช่ทำเพราะเห็นแก่ผม ไม่ใช่ทำเพราะอยากให้ปัญหามันจบๆ
 
ผมแค่ขอให้ใช้ ใจ และ ความรู้สึกที่แท้จริง
 
มันก็แค่นั้นเอง...
 
แล้วผมควรจะทำยังไงดีละ?
ผมต้องรับผิดชอบในความผิดครั้งนี้นะ เพราะทุกอย่างมันเป็นเพราะผมนั่นแหละ
 
อย่าถามอะไรอีกเลยครับ แล้วก็อย่ากังวลว่าผมจะบ้าบอแค่ไหน
ผมก็ยังคงเป็นแบบนี้ เหมือนเดิม ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้หรอก
 
แต่ผมรู้ว่าผมควรจะรักษา่สิ่งใด ควรจะทำอะไร
 
หลายครั้งที่ผมไขว่คว้ามื้อออก เอื้อมมือออกไป 
แล้วคว้ากลับมาได้เพียงอากาศ และความว่างเปล่า
ผมบอกตัวเองเสมอว่า ไม่มีใครเกิดมาเพื่อใคร ทุกคนต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง
 
และไม่มีใครเกิดมาเพื่อผมเหมือนกัน
 
ไม่มีใครหรอกที่จะอยู่เพื่อมีความสุขกับผมไปวันๆ อยู่ข้างๆกันไปเสมอ
มันเป็นเรื่องที่ไร้สาระบ้าบอมากขึ้นทุกทีๆ
 
จนตอนนี้ผมก็ไม่อยากเชื่อใจในคำพูดของใครแล้ว ไม่ว่าใครก็ตาม
 
มีคนบอกผมว่าอย่าเอาอดีตมาผสมกับปัจจุบัน
แต่ถึงอย่างนั้น เราควรเอาอดีตไว้เตือนใจไม่ใช่เหรอครับ?
 
เพราะผมเคยเชื่อ เชื่อในคำพูดดีๆไม่กี่คำ 
เชื่อว่าคนพูด พูดอย่างจริงใจและจริงจัง ก็เพราะเชื่อแบบนั้น
สุดท้ายมันกลับไม่เป็นความจริงเลย ก็แค่คำพูด
พูดแล้วก็แล้วกันไป ไม่เห็นต้องมานั่งรับผิดชอบสักหน่อย
 
ผมไม่ต้องการที่จะเจอเรื่องแบบนั้นอีกแล้วนะครับ
เจ็บแค่ครั้งเดียว...ก็มากพอเกินกว่าจะคาดหวังอะไรแล้ว
 
มันไม่ใช่ว่าผมไม่สามารถมีความสุขได้ ผมมีได้
แต่สิ่งที่ผมเขียนหรือระบายหรืออะไรก็ตามแต่ัมันคือสิ่งที่ผมพูดไม่ได้
บางทีผมคงลืมที่จะเกรงใจคนอื่นไป 
 
ขอโทษด้วยนะครับ ^^
 
ผมอาจจะเคยรบกวนใครมากมายเหลือเกิน
ขอโทษนะครับ ขอโทษจริงๆ
ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ
ไม่รู้ว่าต้องขอโทษมากขนาดไหน แต่ว่าไม่เป็นไรครับ
ผมทำผิดผมก็ควรจะต้องขอโทษ 
 
ขอโทษจริงๆนะครับ...
 
 

여우비...

posted on 10 Jun 2011 23:40 by bluefaith-ashi
 
 
คืนวันศุกร์...ไม่สินี่มันจะเช้าวันเสาร์แล้วล่ะครับ
บางทีมันอาจเป็นวันเสาร์แล้วจริงๆก็ได้ ^^
 
วันเวลา เป็นสิ่งที่คนเราต่างก็รู้กันทั้งนั้นเลยใช่มั๊ยครับ?
วันที่เท่าไหร่ เดือนอะไร ปีไหน เวลาเท่าไหร่ กี่นาที กี่ชั่วโมง กี่วินาที
เราต่างก็รู้ดีเรื่องเวลากันทั้งนั้น เราต่างก็รู้กฏเกณฑ์ของเวลาด้วยกันทั้งนั้น
 
เราต่างก็รู้ว่าเวลาเป็นตัวกำหนดหลายสิ่งหลายอย่าง
เวลาจะคอยบอกเราว่าเราควรจะทำอะไร?
เวลาจะบอกเราว่าเราถึงการวางแผน กำหนดเหตุการณ์ต่างๆที่ยังไม่เกิด
เวลาบอกให้เรารู้ว่า อะไรคืออดีต ปัจจุบัน หรือว่าอนาคต
เวลาทำได้กระทั่งกล่อมความคิดให้เรา "ลืม" หรือ "จำ" เรื่องราวต่างๆ
 
นั่นก็เพราะ "เวลา" ทั้งนั้น
 
แต่สำหรับบางคน เวลา กลับไม่เคยมีค่าอะไรใดๆเลย
เราอาจไม่จำเป็นต้องนับว่า เพราะเขาไม่ได้ใช้เวลาให้คุ้มค่าเหรอ?
หรือเพราะว่าเขาไม่รู้จักจัดเวลาให้ตัวเองเหรอ?
 
มันไม่ใช่แบบนั้นหรอกครับ...
 
ที่ผมบอกว่าไม่มีค่า นั่นก็เพราะว่า 
บางครั้ง...เวลาไม่ได้ช่วยให้เราลืมเรื่องบางอย่างได้อย่างหมดจด
เวลาอาจทำได้เพียงแค่ทุเลาเบาบางความเจ็บปวดพวกนั้นให้หมดไป
หรืออาจจะแค่หน่วงเอาไว้ ทำให้เราลืมได้ชั่วครู
 
สุดท้ายแล้ว สภาพแวดล้อม ผู้คน และ คำพูด
ก็ดึงเราให้กลับมาเจ็บปวดได้อยู่ดี โดยทีี่เวลาไม่สามารถทำอะไรได้
นอกเสียจาก...เดินต่อไปอย่างเชืื่องช้าในแบบที่ควรจะเป็น
 
"เวลาเป็นแค่คำปลอบ เวลาเป็นแค่คำหลอก ที่มีแต่เข็มหมุนวนเรื่อยไป
เวลาไม่เคยรู้หรอก ยิ่งนานยิ่งตกย้ำหัวใจ ยิ้งช้ำยิ่งทรมาน"

 
 
ผมพูดเรื่องเวลาจนยาวและเวิ้นเว้อจริงๆเลย สิ่งที่ผมจะเขียนจากจุดนี้ มันไม่น่าอภิรมย์นัก
ถ้าไม่อยากอ่านก็ข้ามไปนะครับ ผมแค่รู้สึกอยากจะพูดอะไรสักหน่อย
สิ่งที่ผมเองก็ได้แต่คิด...ได้แต่คิดเท่านั้น
 
 
ทุกคนไม่ว่าใครบนโลกไปนี้ ก็คงเคยผ่านการสูญเสียมาด้วยกันทั้งนั้น
ไม่ว่าจะเป็น สิ่งของ กระทั่ง คนที่สำคัญมากในชีวิต
ทุกคนต่างก็ต้องมีครั้งหนึ่งในชีวิต หรือมากกว่านั้นที่จะพบเจอกับเรื่องเหล่านี้
 
จริงๆแล้วผมก็รู้ดีและเข้าใจมาโดยตลอด
เพียงแต่ว่าผมไม่ได้คิด ไม่ได้นึก หรือกระทั่งคาดเดาใดๆ
ว่าทุกอย่าง...จะเกิดขึ้นเร็วมากขนาดนี้
 
ว่ากันตามจริงแล้ว เขาก็เป็นเพื่อนสนิทของผมคนหนึ่ง 
ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้รู้จักกันมานานเป็นสิบปี แต่เขาก็คือเพื่อนของผม
 
เขาเป็นคนขยัน เฟรนลี่ย์ เขาจัดได้ว่าเป็นคนดีคนหนึ่งเลยล่ะ
เขามีความฝัน ฝันนั่น ฝันนี่ เยอะแยะไปหมด
บ่อยครั้งที่เรานั่งพูดคุยถึงอนาคต เราพูดคุยถึงชีวิตในวันข้างหน้า
เขาบอกผมหลายอย่างเกี่ยวกับการวางแผนชีวิตของเขา
ในขณะเดียวกันเขาก็สอนให้ผมรู้อะไรมากมายหลายอย่างด้วย
 
เพราะเราต่างก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ถึงแม้จะยังไม่ใช่คนที่จะรับผิดชอบอะไรได้
แต่เราก็ต้องเรียนรู้ี่ที่จะรับผิดชอบชีวิตของตัวเอง จริงมั๊ยครับ?
 
เขาทำงานและพยายามส่งตัวเองเรียน ถึงแม้จะเคยมีความคิดที่จะเลิกเรียน
แล้วออกไปทำงานอย่างเดียวก็ตาม แต่เขาก็ยังอดทน
 
หลายครั้งหลายหนที่เพื่อนในเอกของผมบางคน บางกลุ่ม 
พากันแอนตี้เขา พูดถึงเขาในทางไม่ดี ดูถูกและแสดงออกทางคำพูดอย่างน่ารังเกียจ
ถึงจะเป็นแบบนั้น แต่เขาก็ไม่เคยเก็บมาคิดและใส่ใจ
 
เขาคงจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต...ถ้าหากเขายังมีชีวิตอยู่
 
ถ้าหาก...พระเจ้าจะใจดี ให้เขาได้อยู่เพื่อทำความฝันของตนเอง
ถ้าหาก...พระเจ้าจะใจดี ให้เขาได้อยู่พิสูจน์ตัวตนลบคำดูหมิ่นจากปากคนอื่น
ถ้าหาก...พระเจ้าจะใจดี เมตตาให้ผมมีเพื่อนที่ดีเพิ่มมาอีกคน
 
ถ้าหาก...ท่านไม่พรากเขาไปเร็วขนาดนี้
 
เทอมนี้ผมก็คง...ได้พูดคุยถึงเรื่องงานที่ผมสนใจ
ได้ปรึกษา เฮฮา แลกเปลี่ยนความคิดทัศนคติด้วยกัน...เหมือนที่ผ่านมา
 
ผมคงได้มีโอกาสเลี้ยงกาแฟเขาสักแก้ว หรือจ่ายเงินค่าตั๋วหนังเจ๋งๆสักเรื่อง
แต่ผมก็ไม่มีโอกาส...ได้ทำในสิ่งที่คิดเอาไว้
 
ไม่มีวันจะได้ทำสิ่งเหล่านั้น...ไม่มีโอกาสอีกแล้ว
 
"เจย์ ที่ตรงนั้นนะสบายดีใช่มั๊ย? 
ที่ตรงนั้นที่ที่ไม่มีคำพูดดูถูก ที่ที่ไม่มีแรงกดดัน
ที่ที่มีแ่ต่ความหลับใหลอันเป็นนิรันดร์
ตอนนี้ก็คงจะสบายดีและมีความสุขดีใช่มั๊ย?
ขอโทษด้วยนะที่ไม่ได้ไปงานศพเลย แม้กระทั่งวันเผาก็ด้วย
อย่าโกรธชิเลยนะ อย่าโกรธคนอ่อนแอคนนี้เลย
อิป้าบอกกับชิว่า วันนั้นวันที่ต้องส่งเจย์ไปที่ห่างไกลตลอดกาลนั่นนะ
เจย์หลับสบายเชียวนะ ใบหน้าเหมือนเด็กที่กำลังนอนหลับ
ดูหลับสบายกว่าตอนที่ยังมีลมหายใจอยู่เสียอีก 
เมื่อวานอิป้าเอารูปออกมาให้ตวงกับคะน้าดู 
คะน้ารู้งานมาก รีบห้ามไม่ให้ชิดู แต่อันที่จริง
ต่อให้คะน้าไม่ห้าม ชิก็คงไม่ดูหรอก
ชิยังไม่ค่อยยอมรับเลยว่าเจย์ไม่อยู่แล้ว
มันไวมากไปหน่อยนะ ไวเกินไป ตั้งรับไม่ทัน
เซอไพรซ์แบบนี้ไม่สนุกเลยนะเจย์ ไม่สนุกสักนิดเดียว
ชิยังมีเรื่องมากมายที่จะถามเจย์ เรายังมีเรื่องต้องคุยกันอีกเยอะแยะไ่ม่ใช่เหรอ?
ความฝันของเจย์ที่เ่ล่าให้ชิฟังล่ะ? ชิยังไม่ได้เห็นมันเลยนะ
แต่ถึงอย่างนั้นพอมาคิดดูอีกที ถ้าเจย์ไปแล้วสบาย ไม่กังวล
ไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องคอยรับเรื่องวุ่นวายอะไร
ไม่ต้องเสียใจต่ออะไรใดๆอีก มันก็คงจะดีแล้วอย่างนั้นใช่มั๊ย?
 
เจย์ ขอบคุณนะสำหรับทุกๆอย่าง
ขอบคุณที่เป็นเพื่อนกัน ถึงแม้เวลามันจะสั้นไปหน่อย
 
อย่าห่วงเลยนะ ชิจะเข้มแข็งกว่านี้แน่

 
ลาก่อน...เพื่อนรัก"
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
좁은 그림자에는 나를 잊을 거라는 그 목소리 
โช บึน คือ ริม จา เอ นึน นา รึล อี จึล คอ รา นึน คือ มกโซ รี 
ในที่เงาแคบๆ ผมยังไม่ลืมเสียงๆนั้น 

내리는 그 아픔에 피할 우산조차 준비 못하고 
เน ลี นึน คือ อา พือ เม พี ฮัล อู ซัน โจ ชา จุน บี มซ ทาโก 
ความเจ็บปวดนั้นไม่เคยลดลง แม้จะเตรียมร่มบังไว้แล้วก็ตาม 

바보같다고 아직은 첨이라 바보같다고 해도 
พา โบ กัท ตา โก อา จี กึน ชอ มี รา พา โบ กัท ตาโก เฮ โด 
เหมือนกับคนโง่ที่ยังคิดผูกพัน เหมือนกับคนโง่ 

더이상 흐를 수 없는 내 눈에 고인 눈물들만 그리고 
ทอ อี ซัง ฮือ รึล ซู ออม นึน เน นู เน โก อิน นุน มุล ดึล มัน คือ ลี โก 
อยากจะให้ตาของผมไม่มีน้ำตาและเสียงร้องไห้ไปมากกว่านี้ 

내사랑 내미소를 알게해준 그 시간속에서 
เน ซา รัง เน มี โซ รึล อัล เก เฮ จุน คือ ชี กัน โซ เก ซอ 
ความรักของผม รอยยิ้มของผม ผมได้รู้จักมันในเวลานั้น

어쩜 그렇게 말라가겠지 
ออ จอม คือ รอค เค มัล ลา กา เกซ จี 
ผมจะค่อยๆลืมคิดถึงมันไป 

어제 그 빗물처럼 
ออ เจ คือ บิซ มุล ชอ รอม 
เหมือนกับน้ำฝนที่ตกลงมาเมื่อวาน

고민한거였어 말 한마디 던진 그 순간마다 널 
โค มิน ฮัน กอ ยอซ ซอ มัล ฮัน มา ดี ดอน จิน คือ ซุน กัน มา ดา นอล 
ความทุกข์ใจ คำพูดๆหนึ่งของคุณ ผมจะโยนมันทิ้งไปทุกอย่าง

더이상 흐를수 없는 내 눈에 고인 눈물들만 감추고 
ทอ อี ซัง ฮือ รึล ซู ออม นึน เน นู เน โก อิน นุน มุล ดึล มัน คัม ชู โก 
อยากจะให้ตาของผมไม่มีน้ำตาและเสียงร้องไห้ให้ปกปิดอีก 

내사랑 내미소를 알게해준 그 시간속에서 
เน ซา รัง เน มี โซ รึล อัล เก เฮ จุน คือ ชี กัน โซ เก ซอ 
ความรักของผม รอยยิ้มของผม ผมได้รู้จักมันในเวลานั้น


어쩜 그렇게 말라가겠지 
ออ จอม คือ รอค เค มัล ลา กา เกซ จี 
ผมจะค่อยๆลืมคิดถึงมันไป 

어제 그 빗물처럼 
ออ เจ คือ บิซ มุล ชอ รอม 
เหมือนกับน้ำฝนที่ตกลงมาเมื่อวาน 
 
나는 다 지우지 못해 가슴만 더욱 저려 오지만 
นา นึน ทา ชี อู จี มซ เท คา ซึม มัน ดอ อุก ชอ รยอ โอ จี มัน 
ผมจะลบทุกอย่างที่อยู่ในอกของผมออกไป ก่อนที่มันจะยิ่งเพิ่มขึ้น
 
어쩜 그렇게 기다리겠지 
ออ จอม คือ รอค เค คี ดา ลี เกซ จี 
ผมจะลืมที่ต้องรอคอยคุณ

아직 난 흐리니까 
อา จิก นัน ฮือ ลี นี กา 
ถึงแม้ว่าผมจะยังร้องไห้ก็ตาม

아직 난 흐리니까 
อา จิก นัน ฮือ ลี นี กา 
ถึงแม้ว่าผมจะยังร้องไห้ก็ตาม 
 
Lyric&Tran From justsomelyrics.com
 
 



Burlesque...บาร์รัก เวทีร้อน

posted on 06 Jun 2011 06:34 by bluefaith-ashi
สวัสดีบ่ายวันจันทร์ครับผม เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่กันอีกครั้งแล้ว
จริงๆเรื่องวันนี้จะเหมาะมั๊ยเนี่ย? ต้นสัปดาห์แท้ๆเลย
 
เอาภาพยนต์ดีๆดูสนุกมาแนะนำอีกแล้วล่ะครับ ^^
เก็บไว้เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมตัวเลือกช่วงสุดสัปดาห์ก็ไม่เลวนะ
 
หนก่อนๆนั้นผมแนะนำภาพยนต์เอเชียซะส่วนใหญ่ใช่มั๊ยครับ
ครั้งนี้เลยเปลี่ยนมาทางตะวันตกบ้าง เดี๋ยวจะเบื่อกันซะก่อน
 
 
 
 
Burlesque เป็นเรื่องราวการตามฝันของสาวสวย เอลี (Christina Aguilera)
เธอมีพรสวรรค์ด้านการร้องเพลง ด้วยเสียงอันทรงพลัง
เอลีตัดสินใจเดินทางเข้ามาที่ลอสแองเจลิส นครหลวงแห่งความบันเทิง
 
และที่นี่ทำให้เธอได้พบกับ The Burlesque Lounge โรงละครสุดหรู 
 ที่กำลังอยู่ในช่วงฝืดเคืองและย่ำแย่ 
อาลีพยายามตื้อของานทำจาก เทส (Cher) แต่ก็เป็นได้เพียงเด็กเสิร์ฟเท่านั้น
ตลอดเวลาที่เป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้าน อาลีตั้งใจจดจำท่าเต้นของนักเต้นของทุกคน
เพื่อหวังว่าสักวัน เธอจะได้มีโอกาสขึ้นไปยืนอยู่บนเวทีตรงนั้นอย่างที่ตั้งใจ

 

 
 
สปอยซ์แค่นั้นเนอะ นิสัยเสียอีกแล้ว ฮ่าๆ
ผมไม่ค่อยถนัดจะเล่าเรื่องเท่าไหร่น่ะครับ
จะให้ไปก็อปมาแปะ ก็ไม่้ต้องมานั่งทำรีวิวสิ จริงมั๊ย?
 
เป็นเรื่องที่ชิอยากให้ดูนะ สำหรับคนที่ชอบภาพยนต์เพลง
เนื้อเรื่องความน่าตื่นเต้นอาจไม่มาก แต่เพลงเพราะมาก
คริสติน่าสวยมาก ฮ่าๆ
 
โดยรวมแล้วองค์ประกอบของภาพยนต์ เดินเรื่องไม่ได้ยุ่งเหยิง
ถึงแม้จะเป็นบาร์สำหรับคนกลางคืน แต่ก็ไม่ได้มีการแสดงที่อนาจารน่าเกลียด
แต่สิ่งที่เบอร์เลสให้กับคนดู คือเรื่องราวของความรักในอาชีพการเต้น
การร้อง เล่นดนตรี มีความสุขกับเวลาช่วงเวลาค่ำคืน
 
ตัวละครเอลีจะเป็นตัวแทนของหญิงสาวตัวคนเดียว 
ที่มีความใฝ่ฝันอยากทำงานในสิ่งตัวเองรัก
การแสดงในบทบาทนี้ของคริสติน่า ไม่ได้ทำให้เราผิดหวังเลย
รายยิ้มและท่าทาง น้ำเสียงของเธอ ดูเป็นธรรมชาติและกลมกลืนไปกับบท
 
เป็นภาพยนต์เรื่องแรกนะที่ผมได้มีโอกาศดูคริสเล่น 
นับได้ว่านอกเหนือจากการร้องเพลงแล้ว เธอทำมันได้อย่างดีที่เดียว
 
ส่วนในบทของเทส ที่เชเป็นคนเล่น ก็มองข้ามไปไม่ได้
เชมีความเป็นผู้ใหญ่ และความเป็นเจ๊อยู่เต็มเปี่ยม อะฮ่า!
ถึงแม้หลายคนที่ไม่เคยรู้จักเธอ มักชอบคิดว่าเธอเป็นสาวประเภทสอง(ตัวสูงร่างใหญ่)
เสียงร้องไม่ได้เป็นรองคริสติน่าแม้แต่น้อย แต่เสียดายที่ร้องน้อยไปหน่อย
 
เทสเป็นคนดูแลเบอร์เลส ถ้าจะเรียกง่ายๆก็คงเป็น ผู้จัดการร้าน
รวมถึงขึ้นแสดงในชุดเปิดของทางคลับด้วย 
เธอรักเบอร์เลส รักสมาชิกทุกคนที่ทำงานที่นี่ราวกับเป็นครอบครัวหนึ่ง
นั่นนำมาซึ่งความรับผิดชอบของเธอ เมื่อจู่ๆคลับแห่งนี้
ก็กำลังเป็นหนี้ และจะถูกขายทิ้ง

 
 
Burlesque บอกเล่าเรื่องราวความฝัน ความมุ่งมั่นของวัยรุ่น
ความผูกพันธ์กันระหว่างเพื่อนร่วมงาน และการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น
รวมไปถึงเรื่องราวความรัก การมีชื่อเสียง เงินทอง
 
ในขณะที่เราใช้เวลาช่วงกลางคืนเพื่อการพักผ่อนนอนหลับ
แต่พวกเขากลับใช้เวลานี้ในการทำงานหาเลี้ยงตัวเอง และทำในสิ่งที่ตัวเองรัก
 
พร้อมมั๊ย?!!!
 
Welcome To Burlesque...

 

 
 

 

edit @ 6 Jun 2011 17:21:29 by BlueFaith09