Accident...

posted on 05 Sep 2011 21:54 by bluefaith-ashi
ชื่อเรื่องในวันนี้ดูเป็นเรื่องเป็นราวนิดหน่อยนะครับ
มันเกิดเหตุการณ์ไปเมื่อศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ.2554 ตอนสักประมาณ 3 ทุ่มได้ครับ
 
ผมประสบอุบัติเหตุตกจากมอเตอร์ไซค์รับจ้างในท่าที่ไม่คอยสวยเท่าไหร่
ผมรู้สึกตัวตลอดเวลา และรู้ด้วยว่าหัวตัวเองฟาดไปกับพื้น คิดว่าน้ำตาไหลนะครับ
จากนั้นผมก็เด้งตัวลุกขึ้นมาทันที แว่บแรกที่ผมคิดคือ "กูหัวฟาดพื้นเลยเร๊อะ!"
 
พี่มอไซวินพยายามจะยกตัวผมขึ้น คือพยายามจะให้ผมยืนขึ้นให้ได้
แต่ในตอนนั้นผมยังมึนและปวดหัวมากครับ เลยบอกว่าผมปวดหัวมาก อย่าเพิ่งๆ
เขาพูดกับผมว่า "น้องลุก ต้องไปโรงพยาบาลนะ" ซ้ำไปซ้ำมา
 
พอได้ขินคำว่า "โรงพยาบาล" เท่านั้นละครับ ผมก็ได้แต่ปฏิเสธยันเลยว่า "ไม่ไป"
แต่ไอ้จะไม่ไปก็ไม่ได้หรอกครับ ในเมื่อหัวผมแตก พระเจ้า!
คลำไปหลังหัวเห็นเลือดถึงได้ถึงบางอ้อ 
สุดท้ายก็ต้องไปโรงพยาบาลจนได้ครับ ดีที่ตอนนั้นพี่นักข่าวของมหาวิทยาลัย
เขาอยู่แถวๆนั้นพอดี เค้าเลยอาสาพาผมไปส่งที่โรงพยาบาล
ระหว่างทางผมก็ยังรู้สึกตัวอยู่ตลอดทาง จนเมื่อถึงโรงพยาบาล
 
เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล หมายถึง บุรุษพยาบาลน่ะครับก็เอารถเข็กมาให้ผมนั่ง
ตอนนั้นรู้สึกตัวดีแต่ว่ามองอะไรไม่ชัดเลย ปวดหัวมากอย่างที่ไม่เคยปวดมาก่อน
แล้วเขาก็ให้ผมไปนอนรอบนเตียง ผมไม่รู้ว่าเลือดที่หัวมันหยุดไปแล้วหรือยังนะ
สักพักพยาบาลก็เข้ามาล้างแผล พูดเหมือนจะเย็บ ผมก็แบบ...=[]=!
 
ยอมรับว่าผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาฉีดยาชาตอนไหน รู้ว่าสักพักก็รู้สึกถึงแรงกดๆ
พยาบาลบอกแค่ว่า "จะเย็บแล้วนะคะ" ประเด็นคือ "บอกทำไมครับ ผมกลัว TT^TT"
 
ระหว่างที่เย็บน่ะไม่เจ็บไม่อะไรนะครับ แต่รู้สึกได้ว่าโดนกด ดึง 
รู้สึกว่ามีอะไรมาร้อยๆดึงๆที่หลังหัว ไม่นานก็เสร็จ ผมก็กลับไปนั่งรถเข็น
โดนเข็นมารอข้างนอก แล้วเพื่อนๆก็พากันมาที่โรงพยาบาล
ทุกคนดูจะตกใจกับปริมาณเลือดบนปกเสื้อของผมมาก คือทั้งปกเลยครับ
สุดท้ายก็ต้องตัดใจทิ้งเสื้อตัวนั้นไปเลย เสียดายนะ ฮ่าๆ
 
มันมากันก็มาถามๆว่าเป็นยังไง? ให้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังเหมือนกลัวว่าผมจะความจำเสื่อม
สักพักก็มีเจ้าหน้าที่หอพักมาสอบถามเรื่อง พร้อมกับพี่วินที่พยายามถามผมหลือเกินว่า
จะให้เขาชดใช้ยังไง? ... มาถามอะไรตอนผมเบลอๆวะครับ - -
รู้งี้สลบมันให้รุ้แล้วรู้รอดไปเลยดีกว่า ถ้าจะมาถามซักไซ้อะไรกับผมขนาดนี้
 
เอาจริงๆผมก็ไม่รู้จะไปเรียกร้องอะไรจากพี่วินนะ เพราะว่าอุบัติเหตุมันไม่มีใครอยากให้เกิดหรอก
แล้วเขาทำอาชีพหาเช้ากินค่ำแบบนี้ด้วยแล้ว ผมเลยบอกว่า อย่าเพิ่งถามอะไรผมเลย
แล้วมก็ขอตัวกลับครับ หลังจากติดต่อเรื่องยาและค่าใช้จ่ายแล้ว
ผมได้ยาพารามาสองแง แก้อักเสบอีกสองแผง
แล้วก็ขับมอไซเพื่อนกลับมาหอ(เห็นมั๊ย ผมไม่เป็นไร) ฮ่าๆ
 
กลับมาก็อาบน้ำ ตอนถอดเสื้อแอบตกใจมากทีเดียวครับ เลือดทั้งนั้น
เต็มปกเสื้อจริงๆ ยังไม่นับที่ไหลไปตามหลังและบริเวณด้านหน้า ช็อคมาก!
 
เสียเลือดเพื่ออะไรเนี่ย? ... ฮ่าๆ
 
ทีแรกกะไว้ว่าจะบอกพ่อแม่ตอนเช้าอีกวัน คือกะว่ากลับบ้านแล้วไปบอก
พอเข้าเฟสเจอพ่อยังออนอยู่เลยโทรไปหาเขา สรุปว่าพ่อขับรถมารับคืนนั้นเลย
 
 

 
 


จริงๆที่มาเล่าเนี่ย ผมไม่ได้อยากจะนำเสนออะไรนักหรอกนะครับ 
อันที่จริงแล้วอุบัติเหตุไม่ว่าเกิดยังไง...มันคือเรื่องที่ทำให้เราเฉียดใกล้ความตายทั้งนั้น
 
ผ่านเหตุการณ์ในวันนั้นมาได้ จริงๆแล้วมันก็ทำให้ผมคิดอะไรได้เยอะมากเลยนะ
อนาคต เรามองไม่เห็นมัน เราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
วันนี้เราอาจจะยิ้มและหัวเราะอยู่กับเพื่อนหรือใครก็ตามที่อยู่ในชีวิตเรา
พรุ่งนี้เราอาจไม่มีลมหายใจหรือเรี่ยวแรงพอจะทำสิ่งเหล่านี้อีกแล้วก็ได้
 
ไม่มีใครรู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองเมื่อไหร่?
ไม่มีใครรู้หรอกว่าตัวเองจะหมดลมหายใจไปตอนไหน?
 
ถามตัวเองดีๆ...ว่าใช้ชีวิตคุ้มแล้วหรือยัง?
 
ทุกวันที่คุณยังหายใจ ได้ทำอะไรมากมายคุณทำมันเต็มที่แล้วหรือยัง
ผมลองคิดเล่นๆว่า ถ้าผมหลับไปไม่ตื่นขึ้นมาอีก
ผมจะเสียใจแค่ไหนที่ไม่ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ
เพียงเพราะความประมาท ที่คิดว่าผมจะอยู่ไปเรื่อยๆอย่างยืนยาว
ทั้งๆที่จริงๆแล้ว ความเป็นความตาย อยู่รอบๆตัวเราเกือบตลอดเวลา
แล้วมันก็ใกล้แค่นี้เองจริงๆนะครับ
 
อายุของคนเรามันเฉลี่ยแล้วก็ประมาณคนละ 60-80 ปีเท่านั้นเอง
ผมว่ามันสั้นมากนะ ถ้าเทียบกับระยะเวลาของอะไรสักอย่าง 
มันน้อยมากเลยละครับ เวลาไม่ถึงร้อยปีแบบนั้น จะทำอะไรได้บ้าง?
ทำอะไรได้แบบที่อยากทำจริงๆ มีความสุขจริงๆสักเท่าไหร่กัน
 
ทำเพื่อตัวเอง ทำเพื่อคนอื่น ทำอะไรแล้วมีความสุข?
ทำอะไรแล้วที่เมื่อถึงเวลาไม่มีลมหายใจ แล้วคุณจะไม่รู้สึกเสียใจ
เสียดาย โหยหา เรียกร้อง หรืออะไรก็ตามแต่
 
แค่หยุดคิดสักเสี้ยวนาทีนะครับ ผมคิดว่ามันไม่เสียหาย
บางทีจากนี้คุณอาจจะคิดอะไรรอบคอบมากขึ้น มองเห็นอะไรได้ง่ายขึ้น
ตัดสินใจเร็วขึ้น กล้ามากขึ้นที่จะตัดสินใจทำอะไร
มองโลกในแบบที่ควรจะเป็นมากขึ้น ^^
 
ผมอยากขอบคุณทุกความห่วงใยตั้งแต่วันที่ผมประสบอุบัติเหตุ
จนถึงการถ่าถามอาการต่างๆจนถึงวันนี้ ขอบคุณจริงๆนะครับ
ผมรู้ว่าคนในทวิตเตอร์หลายคน อ่านบล็อคของผมอยู่
 
ผมอยากขอบคุณทุกคนจากใจจริงๆสำหรับความห่วงใยทั้งหมดนั้น
ผมอยู่บนโลกนี้มา 19 ปีแล้ว ครั้งนี้ถือเป็นความห่วงใยที่มีค่ามากอย่างที่ผม
อย่างที่ตัวผมไม่เคยคิดว่าจะได้รับจริงๆนะครับ...ขอบคุณทุกคนจริงๆ ^^
 

 

 
*แผลแค่นี้เอง...สบายมาก*

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

พี่ชายไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ดีใจที่พี่หนูยังปลอดภัย รักพี่นะ...big smile

#1 By coolly (171.4.85.206) on 2011-10-07 17:43

เราไม่สามารถล่วงรู้เหตุการณ์ข้างหน้าได้ว่า
เราจะมีชีวิตอยู่ไปถึงเมื่อไร และคนรอบกาย
เราก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าเค้าจะอยู่เคียงข้างเรา
ไปถึงเมื่อไร

เพราะฉะนั้นเราควรจะทำสิ่งที่เราอยากทำ
อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยว่างเปล่า
เวลาทุกนาทีมีค่า และค่านั้นขึ้นอยู่กับเรา
ว่าเราจะทำให้มันมีค่าน้อยหรือมากเท่านั้นเอง

ดีนะ ที่ยังไม่เป็นอะไรมาก
ขอให้ชีวิตเราไม่พบเจอเหตุการณ์ร้ายๆ
อุบัติเหตุที่รุนแรง เลือดตกยางออกอีกนะ

โชคดีจ้าาา : D

#2 By Pui_Fai (124.122.135.51) on 2011-11-15 01:38